Brow Body Studio ร้านสักคิ้วในบ้านเรียบง่าย หลังสีขาวที่ต้อนรับลูกค้าด้วยบรรยากาศแสนสบายใจ
November, 2022
“ความยากของโปรเจกต์นี้ คือทางเจ้าของชอบโครงสร้าง สเปซและรูปลักษณ์ของบ้านหลังเดิม เราต้องหาคอนเซ็ปต์เข้าไปเพิ่มเติมยังไงก็ได้ให้น่าสนใจ โดยไม่รบกวนของที่มีอยู่”
จากความท้าทายในโจทย์ของการออกแบบร้านสักคิ้วใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 26 ที่นำโดยเจ้าของวัย 34 อย่างคุณบุ๋มบิ๋ม-ภัทรา ฤทธากร สู่ Brow Body Studio ร้านสักคิ้วที่เปลี่ยนบรรยากาศของความกลัวหรือความไม่มั่นใจในบรรยากาศอบอุ่นเหมือนบ้าน ด้วยการออกแบบที่พยายามเข้าถึง ปลอบโยนและคลายความกลัวให้ผู้มาใช้บริการได้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่ต่างจากการมาสปา โดยได้สถาปนิกคนคุ้นเคยอย่าง S.O.S Architects มารับหน้าที่ออกแบบ
เก็บโครงสร้างเดิม เพิ่มเส้นสายที่ไม่ขัดกับตัวบ้าน
ตั้งแต่การเข้าถึงแรกที่ผู้คนมองเห็นได้ตั้งแต่ผ่านไปมา นั่นคือ บริเวณฟาซาดภายนอกของอาคาร ซึ่งทางเจ้าของต้องการเก็บรูปลักษณ์เดิมไว้ สถาปนิกจึงต้องมาทำการบ้านต่อว่า ต้องเพิ่มอะไรเข้าไปสร้างคาแร็กเตอร์ให้กับอาคาร จึงจะตอบโจทย์ได้ในปริมาณที่พอเหมาะพอดี
นำมาสู่การออกแบบเส้นสายกำแพงอิฐโค้งบริเวณด้านหน้าอาคาร ซึ่งทำหน้าที่สร้างคาแร็กเตอร์ให้ผู้ที่ผ่านไปมาบนถนนสามารถจดจำอาคารได้ง่ายขึ้น รวมถึงไม่เข้าใจฟังก์ชันผิดว่าที่แห่งนี้เป็นเพียงบ้านพักอาศัย นอกจากนั้นระนาบกำแพงนี้ยังเป็นตัวบดบังโครงสร้างอาคารเดิมบริเวณด้านล่าง ซึ่งมีกริดเสาที่ค่อนข้างสะเปะสะปะไม่สวยงาม ก่อนที่เส้นสายกำแพงอิฐนี้จะค่อย ๆ ผสมผสานตัดเข้าหากำแพงสีขาวเส้นตรงและไหลต่อเนื่องเข้าสู่ทางเข้าภายในอาคาร
ความคอนทราสของวัสดุ สร้างความน่าสนใจ
“ทางเจ้าของเขาชอบวัสดุที่มีความเป็นธรรมชาติ ซึ่งเราเองก็อยากใช้วัสดุที่ให้เท็กเจอร์ไม่เรียบอย่างหิน แต่หินมันมีข้อจำกัดตรงที่ แต่ละก้อนจะมีลักษณะไม่เท่ากันเลยอาจจะยากต่อการขึ้นฟอร์ม เราเลยเลือกใช้อิฐ วัสดุหาง่ายมาสร้างความคอนทราสกับเส้นสายของอาคารที่มันมินิมอล”
จะเห็นได้ว่า นอกจากบ้านสองชั้นหลังเดิมที่มีสีขาวมินิมอล อบอุ่น สถาปนิกยังเติมคาแร็กเตอร์ให้กับอาคารด้วยการเลือกใช้อิฐที่มีรูปแบบการก่อแตกต่างกัน เพื่อเติมสีสัน และเท็กเจอร์ ช่วยลดความเพลนและแบนของอาคารให้ดูมีมิติมากขึ้น
กำแพงอิฐด้านหน้าเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่ด้านใน ซึ่งทีมสถาปนิกยังเลือกใช้ผนังอิฐบริเวณประตูทางเข้า ต่อเนื่องสู่ผนังด้านหลังบริเวณรีเซปชั่น และยังคงไหลต่อเนื่องเข้าสู่ผนังโค้งซึ่งมีฟังก์ชันเป็นพื้นที่พักคอย จนมาสิ้นสุดบริเวณผนังชั้นวางโชว์ของตกแต่ง และวางน้ำดื่มสำหรับบริการลูกค้า เพื่อไม่ให้แต่ละสเปซที่อยู่ภายในตัดขาดจากกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งผนังนี้ยังช่วยบดบังมุมมองพื้นที่เซอร์วิสและทางเข้า-ออกด้านหลังบ้านไปด้วยในตัว
“การสักคิ้ว จริง ๆ แล้วมันไม่เจ็บนะ แต่ถ้าดูจากรูปอย่างเดียวความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้น คือคนจะคิดว่าเจ็บ หรือบางคนจะเกิดความกังวล เพราะมันเกี่ยวกับใบหน้า กลัวจะไม่ถูกใจ เราเลยอยากให้เขาเกิดความผ่อนคลายก่อนจะไปสักจริง”
ด้วยความที่ทางเจ้าของต้องการสร้างบรรยากาศสบายใจให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนมานั่งพักอยู่ในบ้าน หรือแม้แต่ผู้ติดตามที่มาเป็นเพื่อนกันนั่งพัก ถ่ายรูปเล่นบ้างก็สามารถทำให้ร้านได้โปรโมทไปด้วย นอกเหนือจากอิฐ ภายในจึงออกแบบให้มีการลดทอนรายละเอียดส่วนต่าง ๆ ออกไป ผ่านการเลือกใช้เคาน์เตอร์ต้อนรับ พื้น ผนังบางส่วนและเพดานที่ออกแบบให้เป็นสีขาว เพื่อเป็นแบคกราวด์ให้วัสดุหลักอย่างอิฐโดดเด่นขึ้น เสริมบรรยากาศอบอุ่นเสมือนบ้านด้วยการเติมสัดส่วนของไม้เข้าไปเป็นองค์ประกอบเช่น การเก็บฝ้าเพดาน หรือตงไม้เดิมไว้ เก็บตำแหน่งคานไม้เดิมไว้ เพียงแต่ทำฟินิชชิงครอบเข้าไปเพื่อแก้ปัญหางานระบบบริเวณคานเดิมที่มีความไม่เรียบร้อยซ่อนอยู่